พอดีเห็นพระเอก MV ตอนนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมก็เลยเอามาลงให้ดูกันค่ะ
(แต่ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่นะคะ ต้องขออภัยด้วย)
 
 
- กุญแจที่หายไป -

ฉันเคยเอาแต่กลัว
I have been afraid of love

ไม่คบใคร ปิดตัวเอง

And locked myself

หลายคนดี แต่ฉันไม่ไว้ใจ
Many good people pass but I never trust

เพราะมอง ใครต่อใคร
Because I have seen many people

ที่รักมา จบลงไป

Whose loves have ended

ฉันกลัวทนไม่ไหว ถ้ารับเอง
I'm afraid if I couldn't handle it myself

มีหัวใจไม่เคยได้ใช้
My heart has never been used

จนเหมือนคนที่ไร้จิตใจ
Like I never have it

ปิดตายทุกอย่าง เสมอมา

It has been closed all along

เธอเหมือนเป็นกุญแจที่หาย
You are like the lost key

เป็นเหมือนคนที่ไขประตูให้ฉัน
The one who unlocks my door

เปิดใจดวงนี้ เปิดมันด้วยรัก จากเธอ
Open this heart with your love

ถ้าฉันดีไม่พอ

If I'm not good enough

ไม่เหมือนใครอย่างเธอเจอ
Unlike someone you have met

เข้าใจกันใช่ไหม ที่ฉันเป็น
Would you understand how I am?

You Give Me Something

posted on 03 Dec 2007 15:46 by gabrielle  in Feeling-And-Emotion

ต้องขอโทษทีนะคะที่หายไปหลายวัน พอดีคอมเสีย(อีกแล้ว)

แต่ก็กลับมาแล้วนะคะ เพลงที่ขอๆ ไว้จะนำมาลงให้อย่างแน่นอนค่ะ

- You Give Me Something -

You only stay with me in the morning
มีแค่เธอเท่านั้นที่อยู่กับฉันถึงตอนเช้า

You only hold me when I sleep
มีแค่เธอเท่านั้นที่กอดฉันไว้ยามที่ฉันหลับ

I was meant to tread the water
ฉันตั้งใจที่จะไม่ลึกซึ้งอะไรมาก

But now I've gotten in too deep
แต่ตอนนี้ฉันกลับจมดิ่งลึกลงไป


For every piece of me that wants you
ทุกๆ เศษเสี้ยวของฉันนั้นต้องการเธอ

Another piece backs away
และอีกเศษเสี้ยวกลับหายไป


You give me something
เธอให้บางอย่างแก่ฉัน

That makes me scared alright
นั่นทำให้ฉันรู้สึกกลัว รู้หรือเปล่า

This could be nothing
นี่อาจจะไม่มีอะไรอีก

But I'm willing to give it a try
แต่ฉันยังเต็มใจที่จะพยายาม

Please give me something
โปรดให้บางอย่างนั้นแก่ฉัน

Because someday I might know my heart
เพราะสักวันฉันอาจจะได้รู้หัวใจตัวเอง


You only waited up for hours
มีแค่เธอเท่านั้นที่รอคอยได้หลายๆ ชั่วโมง

Just to spend a little time alone with me
เพียงแค่จะใช้เวลาเล็กน้อยกับฉันตามลำพัง

And I can say I've never bought you flowers
แม้ฉันจะบอกว่า ฉันจะไม่ซื้อดอกไม้ให้เธอ

I can't work out what they mean
ฉันไม่พยายามที่จะเรียนรู้ถึงความหมายเหล่านั้น


I never thought that I'd love someone
ฉันไม่เคยนึกคิดว่าฉันจะรักใครได้

That was someone else's dream
นั่นคือที่ใครคนหนึ่งนึกฝันต่างออกไป


Because someday I might call you from my heart
เพราะว่าบางวัน ฉันอาจจะเรียกหาเธอด้วยหัวใจฉัน

But it might be a second too late
แต่มันอาจจะสายไป

And the words that I could never say
และคำพูดที่มีนั่นฉันอาจจะไม่ได้พูดออกไป

Are gonna come out anyway
แต่ยังไงก็จะต้องพูดออกมา


Know my heart, know my heart, know my heart
รู้ใจตัวเองแล้ว

 

something to tell

posted on 24 Nov 2007 13:33 by gabrielle  in English-Room, Personal

วันนี้ตื่นมาแต่เช้า(แต่อาจจะสายสำหรับคนอื่น)แล้วมานั่งอ่าน comments ทุกๆ comments ของทุกๆ entry แล้วก็ได้เจออยู่ comments หนึ่ง(เก่าแล้ว) ที่เขียนบอกเอาไว้เกี่ยวกับการแปลเพลงของ Gaby ประมาณว่า ช่วงแรกๆ แปลได้แข็งมากๆ แต่หลังๆ ก็เริ่มดีขึ้นแล้ว(แต่สำหรับตัวเองคิดว่ายังไม่ดี) แต่ตรงนี้ก็รู้ตัวนะคะว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ สาเหตุก็คือ เพราะในช่วงแรกๆ นั้น ยอมรับว่าไม่รู้จะหาคำแปล(ภาษาไทย)คำไหน ที่มันจะสละสลวยมาเขียนได้ (เลยเดาไปเองว่าคำนี้คือความหมายแบบนี้ในภาษาไทย ความหมายมันเลยออกมาแปลกๆ)

แต่หลังจากที่เริ่มไปหาอ่านหนังสือ(ภาษาไทย)มากขึ้นจึงได้รู้ว่า ภาษาไทยนั้นก็ยากเหมือนกัน เพราะในภาษาไทย มีหลายๆ คำที่มีความหมายเดียว แต่มีคำให้เลือกใช้มากมาย เพื่อแสดงถึงอารมณ์ในขณะนั้นของผู้พูด แต่ในภาษาอังกฤษนั้นส่วนใหญ่จะมีแค่คำเดียวความหมายเดียว แล้วใช้น้ำเสียงหนักเบาสูงต่ำประกอบการพูดมากกว่า และในภาษาอังกฤษนั้นปกติจะไม่มีการแบ่งแยกอะไร อย่างเช่น "you" ก็เป็นได้ทั้ง "คุณ" ได้ทั้ง "แก" สังเกตได้จากหนังที่บรรยายไทย(Thai subtitles) นั้น ก็ใช้แบ่งแยกว่าตรงไหนควรที่จะแปลออกมายังไงจากน้ำเสียงและท่าทางของผู้แสดง แต่หากเป็นการบริการลูกค้าหรือในสังคมชั้นสูงจึงจะมีการใช้คำว่า "sir" หรือ "madam" เพื่อเพิ่มความสุภาพให้มากขึ้น

ไหนๆ ก็พูดมาถึงตรงนี้แล้วขอพูดถึงการเรียกชื่อด้วยเลยก็แล้วกัน
(รู้สึกว่าพี่ก๋อง blog เพื่อนบ้านจะเคยพูดไปแล้วนะแต่ขอพูดอีกครั้งคงไม่เป็นไร อย่าเพิ่งเบื่อไปซะก่อนล่ะคะ)

การเรียกชื่อบุคคลนั้นปกติจะใช้นามสกุลเป็นคำเรียก เช่น "Mr.Jonathan James" ควรจะเรียกว่า "Mr.James" ไม่ใช่ "Mr.Jonathan" แต่หากว่ารู้จักกันหรือสนิทกันแล้ว ก็เรียกชื่อได้เลยไม่ต้องมี "Mr." นำหน้า เช่น "Jonathan" หรือ "George" นอกจากนี้จะเรียกเป็นชื่อเล่นเฉพาะก็ได้ อย่าง "Gabrielle" จะมีชื่อเล่นคือ "Gaby" หรืออย่างเช่นหากว่าชื่อ
"William" ก็จะมีชื่อเล่นว่า "Will" หรือ "Bill" หากใครมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ แล้วเคยเรียกแต่ชื่อเฉพาะของเขาอย่างเช่น "John" ลองถามเขาดูก็ได้ค่ะว่าชื่อจริงๆ เขาชื่อว่าอะไร

OK. มาเข้าเรื่องที่ตั้งใจจะเขียนตั้งแต่แรกดีกว่า

คือในช่วงแรกที่เริ่มทำ blog หรือแม้แต่ตอนนี้ก็เถอะจะเห็นได้ว่า blog นี้มีแต่เพลงให้ฟังไม่ค่อยที่จะพูดถึงอะไรมาก แม้กระทั่งเพลงที่เอามาให้ฟังก็ยังแปลให้อ่านกันเฉยๆ นั่นก็เพราะว่าเป็นคนที่เล่าเรื่องไม่เป็น(หมายถึงเขียนน่ะค่ะ) กลัวว่าคนอ่านจะงงก็เลยไม่กล้าเขียน (แต่หากว่าอ่านข้างบนเข้าใจก็ช่วยให้กำลังใจกันหน่อยนะคะ) ตอนที่ทำ entry แรกยังถามพี่ก๋องจาก blog เด็กแนวมะกันเลยว่าจะทำ blog เกี่ยวกับอะไรดีเพราะด้วยเหตุผลที่บอกไปแล้วนะแหละค่ะ มันกลายเป็นข้อจำกัดของตัวเองไปซะนี่ มีคนบอกว่าให้ทำ blog สอนภาษาอังกฤษแนวเด็กอังกฤษบ้าง เพราะมีแนวเด็กมะกัน(อย่างพี่ก๋องไปแล้ว) จริงๆ ก็อยากทำอย่างนั้นค่ะ แต่เพราะด้วยเหตุผลที่บอกไปนั่นแหละค่ะ เลยไม่ได้ทำ แต่ตอนนี้จะเห็นว่าหลังๆ ไม่ได้มีแค่เพลงอย่างเดียวแล้วเริ่มมีเรื่องเล่ามาให้อ่านบ้าง (เห็นว่าสั้นๆ แต่ใช้เวลาเขียนนานมากนะคะ)

จริงๆ แล้วแค่อยากจะบอกกับทุกคนที่ได้เข้ามาอ่าน entry นี้ว่า การที่เราตั้งใจจะทำอะไรซักอย่าง อย่างตั้งใจ ก็มักจะประสบผลสำเร็จเสมอไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว และสำหรับตัว Gaby เองนั้นใช้วิธีอ่านให้มากๆ เข้าไว้ค่ะ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างก็ขอให้อ่านไปก่อน ถึงแม้จะไม่เข้าใจแต่ก็ต้องอ่านให้จบค่ะ(ใช้วิธีเดาไปก่อนว่าคำนี้คืออะไร) เมื่อจบแล้วค่อยวนกลับมาดูค่ะว่าคำที่เราไม่เข้าใจน่ะ มันมีความหมายว่าอะไร(รับรองได้ผล แต่ขอให้ทำอย่างสม่ำเสมอ)

หากใครสังเกตเห็นตรง link ที่อยู่ด้านข้างจะเห็นว่ามี blog เด็กแนวมะกัน(ของพี่ก๋อง) กับ chrisdelivery อยู่ และที่เพิ่มมา 2 blog คือ blog http://aomang.exteen.com/ สำหรับ blog นี้จะเป็นนิยายค่ะ คำที่เขาใช้เขียนไม่ซับซ้อนจนเกินไป อ่านแล้วเข้าใจง่ายเห็นภาพตามที่เขาบรรยายไว้ได้ และ blog http://wormearth.exteen.com/ ที่เป็นคล้ายกับการบันทึกประจำวันของเจ้าของ blog เอง

การที่มาพูดถึงทั้ง 2 blog นี้จริงๆ ไม่ได้รู้จักอะไรเป็นการส่วนตัวเลยนะคะเพียงแต่เห็นว่ามันฝึกการอ่านของตัวเองดีค่ะ

เอาเป็นว่าสำหรับใครที่อยากพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ ก็ขอเพียงแค่ให้เราฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เท่านี้ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นแล้วล่ะค่ะ สำหรับ entry นี้ไม่รู้จะมีประโยชน์อะไรกับใครหรือเปล่า แต่ขอให้ทุกคนพูดภาษาอังกฤษกันเก่งๆ นะคะ แล้วเจอกัน entry หน้าค่ะ

 

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของ exteen (หรือจะเป็นก็ได้) ที่เข้ามาอ่าน แล้วไม่รู้จะไปลอยกระทงที่ไหนลองไปลอยกระทงออนไลน์ที่

http://www.loikrathong.net/th/kt_online.php อันนี้เวอร์ชั่นไทย

http://www.loikrathong.net/en/kt_online.php English version

ขอให้ลอยกระทงกันอย่างมีความสุขนะคะ