In-Memory

Hmm....

posted on 13 Nov 2007 13:13 by gabrielle in In-Memory, Personal
หายไปซะนานเลย ไม่รู้ว่ายังอยากฟังเพลงกันเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า
ตอนนี้พร้อมที่กลับมาเหมือนเดิมแล้วค่ะ หลังจากที่ชีวิตมืดดำไปพักใหญ่
 
 
วันนี้เอาภาพถ่ายมาฝากก่อนค่ะ
แล้วใครอยากฟังเพลงอะไรก็บอกกันเข้ามาได้เหมือนเดิมนะคะ
 
 
ขอบคุณทุกๆ กำลังใจค่ะ ขอบคุณจริงๆ
หากไม่มีพวกคุณคงแย่กว่านี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
- Only love -
2 a. m. and the rain is falling
ตีสองแล้วและฝนกำลังโปรยปราย

Here we are at the crossroads once again
เราสองคนต้องมาเจอกับความสับสนกันอีกครั้ง

You're telling me you're so confused
You can't make up your mind

เธอบอกกับฉันว่า...เธอสับสนเหลือเกิน
เธอไม่อาจจะตัดสินใจได้

Is this meant to be you're asking me
มันจะต้องเป็นแบบนี้หรือ
เธอถามฉัน

But only love can say
มีแค่ความรักเท่านั้นที่จะบอกเธอได้

Try again or walk away
เราจะพยายามกันอีกสักครั้งหรือเราจะแยกจากกันไป

But I believe for you and me
หากแต่ฉันยังคงเชื่อว่าสำหรับเธอและฉัน

The sun will shine one day
ดวงตะวันจะต้องสาดแสงลงมาสักวัน

So I just play my part
ดังนั้น...ฉันจึงทำได้แค่ในสิ่งที่ฉันจะทำได้

Pray you'll have a change of heart
เพียงแค่อธิษฐานขอให้เธอเปลี่ยนใจ

But I can make you see it through
และฉันจะทำให้เธอได้เข้าใจ

That's something only love can do
ว่านั่นคือสิ่งที่ความรักเท่านั้นที่ทำได้

In your arms as the dawn is breaking
ฉันอยากจะอยู่ในอ้อมกอดเธอจนถึงรุ่งเช้า

Face to face and a thousand miles apart
ถึงแม้จะอยู่ใกล้กันก็จริงแต่ก็เหมือนอยู่ห่างกันเหลือเกิน

I've tried my best to make you see
ฉันพยายามที่สุดแล้วเพื่อที่จะทำให้เธอได้เข้าใจ

There's hope beyond the pain
แต่ก็ยังมีความหวังที่อยู่เหนือความเจ็บปวด

If we give enough
If we learn to trust

เพียงแค่เราเห็นอกเห็นใจกันเท่านั้น
เพียงแค่เราเรียนรู้ที่จะเชื่อใจและไว้ใจกัน

I know if I could find the words to touch you deep inside
ฉันรู้แล้ว...หากว่าฉันจะสามารถหาคำพูดที่จะเข้าถึงส่วนลึกภายในจิตใจของเธอได้

You'll give my dreams just one more chance
To let this be our last goodbye

เธอก็คงจะให้ความฝันกับโอกาสอีกสักครั้ง...
เพื่อให้มันเป็นคำร่ำลาครั้งสุดท้ายของเรา

That's something only love can do

และมันคือบางสิ่งที่ความรักเท่านั้นที่จะทำได้

(ขอเอามารวมไว้ที่ Entry นี้ก็แล้วกันนะคะ)
Love Tag

พอดีว่ามี "งานเข้า" (เห็นตอนนี้ใครๆ ชอบพูดคำนี้กันเลยขอพูดมั่ง)เหมือนคนอื่นๆ ที่โดนกันมาหลายต่อหลายคนเหมือนกัน ก็เลยต้องก้มหน้ารับมาทำอย่างหงอยๆ

จริงๆ ก็ได้อ่านของใครหลายคนแล้วเหมือนกันก็รู้สึกว่าน่ารักดี ก็มีรอยยิ้มบ้าง เศร้าบ้าง แต่พอได้อ่านของพี่ก๋องแห่ง streetenglish แล้วรู้สึกเห็นใจยังไงไม่รู้แต่ที่ตกใจก็ที่บางข้อที่พี่ตอบมันเหมือนกันกับของ Gabrielle เลยด้วย

O.K. มาเริ่มกันเลยเถอะ มันจะได้ถึงตอนจบไวๆ

1. มีรักครั้งแรกอายุเท่าไหร่?

- มีรักครั้งแรกตั้งแต่แรกเกิดเลยอ่ะ(จริงๆ นะ)...ก็รัก...พ่อแม่แล้วก็พี่ชายไง...(อิอิ ตอบผิดตรงไหน 555)
O.K. เอาจริงๆ ก็ได้ ถ้าเป็นรักแบบนั้น ก็ตอน ม. 2 ค่ะ อายุก็ 12
(ที่จำได้แม่นๆ ก็อันนี้ล่ะ แต่จริงๆ อาจจะมีก่อนหน้านี้หรือเปล่าก็ไม่รู้อ่ะนะ เพราะย้ายโรงเรียนบ่อยมาก)

2. ใครคือแฟนคนแรกของคุณ?

- แฟนคนแรกเป็นลูกครึ่งเยอรมัน(ข้อนี้ละที่เหมือนพี่ก๋อง) เขาแก่กว่า Gabrielle 8 ปี เป็นรักครั้งแรกของ Gabrielle ด้วย

3. มีจูบครั้งแรกอายุเท่าไหร่?

- จูบแรกตอนอายุ 13 เป็นวันเกิดของ Gabrielle เองแล้วแฟนคนแรกก็มาอวยพรวันเกิดให้แล้วก็...จุ๊บกัน
(แค่ริมฝีปากชนกันเท่านั้นนะ ตามธรรมเนียมฝรั่งอ่ะ อย่าคิดมาก)

4. สเปคหนุ่ม/สาว ของคุณเป็นอย่างไร?

- จริงๆ ข้อนี้ตอบยากนะ เพราะเป็นคนที่ไม่ได้ตั้งเรื่องอะไรแบบนี้ไว้มากมาย จริงๆ ขอแค่เขาเข้าใจเราก็พอแล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่รู้จักกับคนไทยมามักชอบที่จะขอให้คนที่จะคบด้วยต้องหน้าตาดีไว้ก่อน
(อันนี้พูดถึงคนที่รู้จักมานะ ถ้าใครที่อ่านอยู่ แล้วไม่เป็นแบบนี้ก็อย่าโกรธกันนะคะ) อย่างแฟนก็ถือว่าเป็นแบบที่อยากได้แล้วล่ะ
(ออกแนวติสแตกได้ตลอดเวลาพอกัน 555)

5. ตอนนี้คุณคบอยู่กับใคร?

- คบกับใครงั้นเหรอ พอถึงข้อนี้นิ่งเลยอ่ะ ไม่รู้จะตอบยังไงเพราะเพิ่งเลิกกับแฟนไปเองอ่ะเลยไม่ได้คบกับใคร
(ยังเสียใจอยู่เลย แหะ แหะ ทั้งๆ ที่เราเป็นคนบอกเลิกเขาเองแท้ๆ)
ตอนที่คบกันเพราะคิดว่าเราสองคนมีอะไรที่เหมือนๆ กันอย่างเช่น ลูกครึ่งเหมือนกัน(ถึงจะคนละประเทศก็เหอะ) แล้วก็อยู่กับแม่เหมือนกัน(นานๆ จะได้เจอพ่อซักที)
แต่แล้วก็ต้องถึงวันนี้จนได้ เฮ้อ...เสียดายเวลาเหมือนกันนะตั้ง 7 ปีแน่ะที่คบกันมา
(รีบบวกลบอายุ Gabrielle กันใหญ่เลย รู้นะ)

O.K. ตอบหมดแล้วล่ะ ถึงเวลาส่งต่อโชคดีกันแล้ว จริงๆ เขาให้ส่งแค่ 2 คนแต่คิดเหมือนพี่ก๋องอ่ะ คือมันไม่สะใจ เอาเป็นว่าส่งต่อให้ทุกคนที่เข้ามาอ่าน Entry นี้ก็แล้วกัน ใครอ่านแล้วไม่ทำต่อขอให้.....(เว้นไว้ให้คิดเอาเอง) ใครได้รับไปแล้วก็ไม่เป็นไร แต่ใครที่ยังไม่ได้รับ ได้โปรดรับไปทำด้วยนะคะ อิอิ แล้วเจอกัน Entry หน้าค่ะ
 
ps. ตอบคุณ Eddy นะคะ เรื่องสำนวน It's rain cats and dogs นั้นจริงๆ แล้วฝรั่งเค้าหมายถึงว่า ฝนตกหนักจนแทบจะมี หมา แมว ตกมาจากฟ้าค่ะ แบบว่ามันหนักมากๆๆๆๆๆ ค่ะ (ไม่รู้อธิบายอย่างนี้จะเข้าใจมั้ยน้า)
 
 

ความทรงจำในอังกฤษ

posted on 08 Oct 2007 10:23 by gabrielle in In-Memory

วันนี้ขอเอาข่าวๆ หนึ่งมาย้อนพูดถึงอีกครั้งนั่นก็คือ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวลงในหนังสือพิมพ์ชื่อดังของกรุงลอนดอน คือกลิ่นการคั่วพริกของร้านอาหารไทยร้านหนึ่งในย่านโซโหชื่อ
"กระท่อมไทย" (thai cottage restaurant) สร้างความเข้าใจผิดจนป่วนเมืองลอนดอนเพราะคนในย่านนั้นคิดว่าเกิดมีสารพิษรั่วไหล จึงมีการโทรแจ้งกับตำรวจจนต้องมีการปิดถนนเพื่อกันผู้คนในย่านนั้นออกไป แต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พังประตูครัวของร้านอาหารแห่งนั้นเข้าไป ก็ได้พบกับที่มาของกลิ่นสารพิษ(ที่เขาเข้าใจกัน)นั้น ซึ่งก็คือ 1 ในส่วนผสมของการทำน้ำพริกเผาสูตรเด็ดของทางร้าน "พริกคั่ว 3 กะละมัง" นั่นเอง



ที่มาพูดถึงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่อะไรแต่ก็เพราะตัวเองก็เคยประสบกับเหตุการณ์แบบนี้
มาก่อนเหมือนกัน ตอนนั้นที่อยู่ที่โน่นกับ Dad(พ่อ)แล้วแม่เขาอยากจะกินปลาเค็มทอด(เหตุการณ์ก็คล้ายๆ กับเรื่องน้ำพริกนี่แหละ)แม่ก็กำลังทอดปลาเค็มอยู่ในครัวใน Flat (อย่าแปลกใจว่าทำไมเรียก แฟลต แล้วนึกถึงภาพแฟลตในกรุงเทพนะ เพราะคนละอย่างกันแน่นอน สำหรับที่โน่น(อังกฤษ)เค้าเรียก Flat ซึ่งมันก็คือ Apartment ที่อเมริกาและบ้านเราเรียกกันน่ะแหละ อ้อ! อีกอย่าง Flat ที่โน่นน่ะมันไม่ใช่แค่ห้องๆ เดียวที่รวมทุกอย่างอยู่ในนั้นนะ มันเป็นห้องใหญ่ๆ ที่แบ่งเป็นห้องโน้นห้องนี้ได้หลายๆ ห้อง)กลับมาเล่าต่อเรื่องปลาเค็มทอด หลังจากที่แม่ทอดไปได้ซักแป๊ปก็มีคนมากดกริ่งหน้าบ้าน(หน้า Flat น่ะแหละ) พอแม่เปิดประตูออกไปก็เจอกับตำรวจ 2 คนยืนอยู่ เขาขอเข้ามาค้นในบ้านและบอกว่าได้รับแจ้งว่า...(ให้ทายว่าเขาได้รับแจ้งว่าอะไร 3sec. 3...2...1 หมดเวลา) เขาได้รับแจ้งว่าที่นี่มีคนเสียชีวิตและปล่อยให้เน่าอยู่ในบ้าน(อึ้ง!) แม่จึงต้องอธิบายกันยกใหญ่ว่าไม่มีใครตายที่นี่แต่กำลังทำอาหารอยู่ หลังจากนั้นแม่ก็ห่อปลาให้ตำรวจ 2 คนนั้นไปกิน พอทีหลังเจอตำรวจ 2 คนนั้นอีกเขาก็เข้ามาทักและบอกว่าไอ้ที่ให้ไปน่ะอร่อยมาก

เป็นไงล่ะ ไม่รู้ซะแล้วว่าอาหารไทยน่ะสุดยอดแค่ไหน

แต่ที่อยากจะบอกก็คือการป้องการเหตุร้ายของในต่างประเทศนั้นยอดเยี่ยมขนาดไหน ไม่ว่าประชาชนแจ้งอะไรไปเขาก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่
และไม่คิดว่าเป็นเรื่องหน้าแตกอะไรหากว่าเป็นการเข้าใจผิด
เพราะถ้าหากว่าสิ่งที่ประชาชนแจ้งไปนั้นเป็นเรื่องร้ายแรงจริงๆ เขาก็จะได้ป้องกันอย่างทันท่วงที


สำหรับเราคนไทยอาจเห็นเป็นเรื่องตลกและในความคิดของคนไทยหลายๆ คนอาจจะคิดว่า "ทำไมไม่รู้ว่าเป็นแค่กลิ่นคั่วพริก(หรือทอดปลาเค็ม)" ขอตอบแทนฝรั่งหลายๆ คนในต่างประเทศก็แล้วกันนะคะว่า "ก็เพราะว่ามันไม่รู้น่ะซิว่าเป็นการคั่วพริก(หรือทอดปลาเค็ม)" ในทางกลับกันหากว่าเราคนไทยเกิดได้กลิ่นอะไรที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน
เราก็ต้องนึกว่าเป็นสารพิษแน่ๆ เพราะคั่วพริกน่ะมันทั้งแสบคอแสบตา(คิดว่าคงรู้สึกอย่างนั้นกันทุกคนสำหรับผู้ที่เคยทำ)


หลายคนอาจจะคิดว่าฝรั่งตื่นตูมไปเอง แต่จริงๆ แล้วมันคือการป้องกันตัวเองจากภัยร้ายที่มีอยู่รอบตัวต่างหาก
เอาล่ะค่ะวันนี้ก็จบด้วยภาษาอังกฤษวันละคำสองคำนั่นก็คือ

Flat(อังกฤษ) Apartment(อเมริกา)


อ้อ! แล้วที่แน่ๆ จากนี้ไปน้ำพริกเผาสูตรเด็ดจากร้านอาหารไทยเล็กๆ ก็จะดังมากๆ ในกรุงลอนดอนและอาจจะทั่วโลกต่อจากนี้ไป ชัวร์!



Edinburgh